ผลของน้ำผลไม้ไทย กล้วย ฝรั่ง มะม่วง มะละกอ มังคุด และสับปะรด ต่อสมรรถนะของเอนไซม์ไซโตโครม พี 450 : รศ.ดร.กนกวรรณ จารุกำจร

รองศาสตราจารย์ ดร.กนกวรรณ จารุกำจร สาขาวิชาเภสัชเคมี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผลงานวิจัย “ผลของน้ำผลไม้ไทย กล้วย ฝรั่ง มะม่วง มะละกอ มังคุด และสับปะรด ต่อสมรรถนะของเอนไซม์ไซโตโครม พี 450” . รองศาสตราจารย์ ดร.กนกวรรณ จารุกำจร และนักวิจัยในกลุ่มวิจัยฤทธิ์ทางยาของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติโดยเทคโนโลยีชีวภาพทางเภสัชศาสตร์ หรือ PANPB มีความมุ่งหมายร่วมกันในการศึกษาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติต่างๆ ได้แก่ สมุนไพร ผลไม้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีฤทธิ์ทางยาหรือมีผลกระทบต่อฤทธิ์ทางยา...

รองศาสตราจารย์ ดร.กนกวรรณ จารุกำจร
สาขาวิชาเภสัชเคมี
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ผลงานวิจัย

ผลของน้ำผลไม้ไทย กล้วย ฝรั่ง มะม่วง มะละกอ มังคุด และสับปะรด ต่อสมรรถนะของเอนไซม์ไซโตโครม พี 450”

.

รองศาสตราจารย์ ดร.กนกวรรณ จารุกำจร และนักวิจัยในกลุ่มวิจัยฤทธิ์ทางยาของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติโดยเทคโนโลยีชีวภาพทางเภสัชศาสตร์ หรือ PANPB มีความมุ่งหมายร่วมกันในการศึกษาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติต่างๆ ได้แก่ สมุนไพร ผลไม้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีฤทธิ์ทางยาหรือมีผลกระทบต่อฤทธิ์ทางยา โดยใช้กระบวนการทางการแพทย์และเภสัชศาสตร์ที่เป็นระบบ ให้สามารถตอบคำถามหรือเติมเต็มช่องว่างของข้อมูลงานวิจัยเกี่ยวกับสารจากธรรมชาติให้มีความชัดเจนและสมบูรณ์ โดยเน้นการวิจัยเชิงลึก 2 แขนง คือ การพัฒนากระบวนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชเพื่อผลิตเนื้อเยื่อพืชที่ให้สารที่มีฤทธิ์ทางยาที่มีคุณภาพและปริมาณตามที่ต้องการ อีกแขนงหนึ่งเป็นการศึกษาฤทธิ์ทางยาของสารสกัดจากสมุนไพร ผลไม้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตั้งแต่ระดับหลอดทดลองจนถึงการศึกษาผลกระทบในสัตว์ทดลอง ตลอดจนมุ่งศึกษาผลกระทบของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติต่อการออกฤทธิ์ของยา อันเป็นการส่งเสริมกระบวนการพัฒนายาจากแหล่งธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์และให้ข้อมูลสนับสนุนที่แม่นยำ เชื่อถือได้ที่นำไปสู่การสนับสนุนให้มีการใช้จริงในมนุษย์ได้ต่อไป

โดยตัวอย่างการศึกษา “ผลของน้ำผลไม้ไทย กล้วย ฝรั่ง มะม่วง มะละกอ มังคุด และสับปะรด ต่อสมรรถนะของเอนไซม์ไซโตโครม พี 450” เป็นการศึกษาเพื่ออธิบายการเกิดความเป็นพิษของยาในทางคลินิกจากการบริโภคผลไม้ต่างๆ เนื่องจากปัจจุบันประชาชนให้ความใส่ใจต่อสุขภาพและนิยมบริโภคผลไม้เพิ่มมากขึ้นเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกาย ผลไม้ที่ถูกนำมาแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ ได้แก่ กล้วย ฝรั่ง มะม่วง มะละกอ มังคุด และสับปะรด เป็นต้น น้ำผลไม้มักถูกบริโภคร่วมกับยารักษาโรคโดยไม่ตั้งใจอยู่เนืองๆ เป็นเหตุให้เกิดอาการพิษจากยาหรือยาไม่ได้ผลการรักษาเช่นเดิม ทั้งนี้เนื่องจากน้ำผลไม้เหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว จะมีผลเปลี่ยนแปลงการทำงานของเอนไซม์ในตับที่ทำหน้าที่ขับยาออกจากร่างกายได้ทำให้มีปริมาณยาคงเหลือในร่างกายมากขึ้นหรือนานขึ้นจนเกิดอาการพิษจากยา หรือทำให้ปริมาณยาลดน้อยลงจนไม่สามารถออกฤทธิ์รักษาได้ดังเดิม จึงเป็นที่มาของคำแนะนำที่ว่า “ห้ามดื่มน้ำผลไม้ร่วมกับยา” หรือ “ดื่มน้ำผลไม้ห่างจากเวลารับประทานยาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมง” เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากทั้งยาและผลไม้อย่างเต็มที่

.

.

Research Abstract



ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

"รศ.ดร.วัชรี คุณกิตติ" ผลงานวิจัยน้ำมันสมุนไพรสกัดต้านโรคเต้านมวัวอักเสบแทนการใช้ยาปฏิชีวน...
การศึกษาฤทธิ์ต้านไกลเคชั่น มะเร็ง และผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของพุทรา โดย รศ.ดร.นาถธิดา วีระปรียากูร
ฤทธิ์ของสารสกัดจากผลมะปรางและหมากเม่า ต่อภาวะความจำบกพร่องและความซึมเศร้าและการวิเคราะห์องค์ประกอบเค...
น้ำมันทอดอาหารใช้อย่างไรถึงจะปลอดภัย : ผศ.ดร.สุพัตรา ปรศุพัฒนา

Comments : แสดงความคิดเห็น

comments

Powered by Facebook Comments

About community pharmkku